My Wings are Broken Part 7

posted on 22 Aug 2015 22:01 by ruk21us in ORIGINAL-FICTION

My Wings are Broken

 

คำเตือน นิยายเรื่องนี้ ติดเรต YAOI 

เป็นนิยาย อีโรติค ติดเรต NC 17 (ในหลายๆความหมาย)

และ ฉีกศีลธรรมในทุกรูปแบบ

เมื่ออ่านคำเตือนแล้วรับได้ เชิญอ่านเจ้าค่ะ 

บทที่ ๗ 

เสน่หา 

                สองวันหลังจากคำสั่งให้เก็บข้าวของ ในที่สุดโคริก็ต้องบอกลาชีวิตในฐานะนางโลมของตนเอง อันที่จริงเขาก็ไม่ได้อาลัยอาวรณ์อะไรกับสถานที่มากมายนัก เพียงแต่รู้สึกใจหายที่ต้องจากผู้คนที่เขาคุ้นเคยไป เหล่าผู้คนที่หากเป็นเมื่อกว่าหนึ่งปีก่อน ก่อนที่จะมายังแว่นแคว้นนี้ เขาคงไม่มีโอกาสได้คบหาสมาคมด้วย แต่มาบัดนี้กลับเป็นตัวเขาเองที่ลงมาใช้ชีวิตเช่นนี้ และกำลังจะจากไปด้วยความรู้สึกยากหยั่งถึง

                ความรู้สึกคิดคำนึงถึงเพื่อนพ้องที่บ้านเกิด กลับเจือจางลงทดแทนที่ด้วยผู้คนเหล่านี้

                กระนั้นเมื่อพยายามคิดให้ดี กลับต้องเป็นฝ่ายย้ำถามตนเองว่า...จะยังมีคนที่บ้านเกิดคิดคำนึงถึงเขาบ้างหรือไม่กันนะ...

“ดูแลตัวเองด้วยนะเจ้าคะพี่โคริ” เป็นเด็กน้อยซายะที่ร้องห่มร้องไห้มาบอกลา โคริก้มลงเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของนางก่อนจะสวมกอดแน่น หากเลือกได้เขาคงจะพานางตามไปด้วยในทุกที่ เป็นเพราะเด็กหญิงตัวน้อยผู้นี้ที่ทำให้ชีวิตของเขาในแต่ละวันมีเสียงหัวเราะและความรื่นเริงแม้เพียงนิด

“หนังสือของข้า ข้ายกให้เจ้าทั้งหมดเลยนะ” โคริบอกกับนาง เขายกหนังสือให้ แต่จะไม่มอบเครื่องประดับใดๆให้ แน่นอนเหตุเพราะโคริไม่ปรารถนาให้ซายะเติบใหญ่เป็นสาวน้อยงดงาม ความสวยงามที่อยู่ผิดที่ผิดทาง มันก็คืออเวจีฝังร่างดีๆนี่เอง “เจ้าต้องดูแลซายะด้วยนะสึรุ”

“แน่นอน มีอะไรก็ส่งข่าวมาบ้างนะ” สึรุบอกก่อนจะตีหน้าเศร้าด้วยอีกคน เขากับโครินับว่าอายุไล่เลี่ยกัน พอคนหนึ่งจากไปก็พาลให้รู้สึกเหงาหงอยยิ่งนัก แม้ทราบแก่ใจว่าการจากนั้นหมายถึงอีกฝ่ายจะได้ดีมีสุขยิ่งขึ้น แต่ก็อดใจหายอาลัยอาวรณ์ไม่ได้อยู่ดี

“อย่าโดนคนที่นั่นเขารังแกนะโคริ!!” บรรดาพวกพี่สาวในสำนักนางโลมบอก แต่ละคนล้วนลังเลว่าควรจะแสดงความยินดี หรือโศกเศร้า การได้ออกไปจากที่นี่ ได้เป็นคนของแม่ทัพใหญ่คลับคล้ายน่าปิติ หากแต่ทุกคนในที่นี้ต่างก็ทราบดีแก่ใจว่าโครินั้นไม่เต็มใจไป และยิ่งรังเกียจท่านแม่ทัพผู้สูงศักดิ์นั้นยิ่งกว่าสิ่งใด

                ช่างเป็นเรื่องลักลั่นที่น่าเจ็บปวด

“ไม่มีใครเขามายุ่งเกี่ยวกับข้าหรอกน่ะ” โคริหัวเราะเบาพลางฉีกยิ้มเล็กน้อยให้กับผู้คนที่เขาอยู่ร่วมมาแรมปี ทั้งที่ช่วงเวลาที่ล่วงผ่านมานั้นควรเป็นเวลาทุกข์โศก แต่ครั้น